12 อนาคตฟีเจอร์สมาร์ทโฟนปี 2011 !!

  หลังจากยุคซิมเบี้ยนครองเมืองเมื่อหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งเข้าสู่ยุค “iPhone” ในช่วง 3-4 ปีมานี้ คำว่า “สมาร์ทโฟน” กลายเป็นที่คุ้นหูมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่เคยแตะมือถือมาก่อนก็อยากจะทำความรู้จักกับมัน ด้วยราคาค่าตัวที่ปัจจุบัน 5,000 บาทก็เป็นเจ้าของกันได้แล้ว และวิถีชีวิตประจำวันของคนเมืองได้เปลี่ยนไป เมื่อมี “Social Network” เข้ามา ข่าวสารอัพเดทต่างๆ ติดตามได้ง่ายขึ้น ผ่านสมาร์ทโฟน เช่นเดียวกับการติดต่องาน เช็คเมล์ เอกสาร ฯลฯ ก็ใช้สมาร์ทโฟนจัดการได้เลย ไม่จำเป็นต้องเปิดคอมเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป

  วันนี้มีบทความเกี่ยวกับ “12 อนาคตฟีเจอร์สมาร์ทโฟนในปี 2011” ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง ซึ่งในปีนี้ก็ทราบกันดีว่า นอกจากสมาร์ทโฟนจะเข้าสู่ยุค Dual-Core แล้ว ยังเริ่มเข้ายุคของ Tablet เช่นเดียวกัน ไม่แน่ว่าอนาคต เราไม่จำเป็นต้องหิ้วคอมหนักๆ อีกต่อไป เพราะแค่แท็ปเล็ต + สมาร์ทโฟน (และอุปกรณ์เสริมอีกนิดหน่อย) ก็เพียงพอกับการใช้งานทั่วๆ ไปแล้วล่ะ มาดูกันครับว่า 12 ข้อที่ว่านี้มีอะไรบ้าง …

เครือข่าย

หลายคนอาจต้องการใช้งาน 3G ที่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่อย่าง True (และ Dtac ที่จะเปิดเร็วๆ นี้) แต่สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ที่วางขายนั้น กลับรองรับแต่คลื่น 900/2100 MHz ที่ทาง AIS จะเปิดในอีกไม่นานนี้เช่นกัน ปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ในไทยเท่านั้นครับ ต่างประเทศ (ที่มีผู้ให้บริการหลายเจ้า) อย่างในอเมริกาที่มีใช้กันหลายคลื่น แม้จะซื้อเครื่องเปล่ามา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้ทุกเครือข่ายนะ

[ Galaxy S II รองรับ 3G Quadband ]

ดังนั้นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ๆ (เช่น Qualcomm) จึงออกชิปภาครับสัญญาณให้รองรับ 3G ทุกคลื่น (850/900/1700/1900/2100 MHz) ถูกใช้บนสมาร์ทโฟนหลายรุ่น เช่น Nokia N8-00 และคาดว่าจะมีออกมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สะดวกในการเลือกซื้อเครื่อง – เครือข่ายมากขึ้น

สำหรับชิปรับสัญญาณในสมาร์ทโฟนนั้น อนาคตจะมีแบบที่รองรับทั้ง GSM (HSPA+, LTE)/CDMA ในตัวตามเทคโนโลยีเครือข่ายที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่า เป็นผลดีกับผู้ใช้ที่ซื้อเครื่องเดียวจบ และผู้ผลิตที่ไม่ต้องซอยรุ่นย่อยให้วุ่นวายอีกต่อไป

หน้าจอ

ในยุคก่อนที่จะมีหน้าจอสารพัดแบบอย่างเช่นทุกวันนี้ สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ใช้หน้าจอแบบ TFT-LCD กัน ซึ่งการแสดงผลอยู่ในระดับกลางๆ พอสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ทว่า หลังจากมือถือทัชสกรีนได้รับความนิยม ก็เริ่มมีหน้าจอชนิดใหม่ๆ ที่แสดงผลดีกว่า ประหยัดพลังงานกว่าเข้ามาเป็นทางเลือก อย่าง “Samsung” ที่ออก AMOLED มาเมื่อปี 2008 และ Super-AMOLED ในปี 2010 ถือว่าดีกว่า LCD หลายขุม จากนั้นมาก็เริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ๆ จากหลากค่ายออกมาเช่น ..

Samsung : Super-AMOLED Plus (2011)
LG : NOVA Display (2011)
Sony Ericsson : Reality Diasplay (2011)
Apple : Retina Display (2010)
Nokia : ClearBlack Display (2010)

ซึ่งก็น่าจะทราบกันดีแล้วว่ามีรุ่นใดที่ใช้หน้าจอแบบใหม่บ้าง ทั้งนี้ขอไม่กล่าวถึงคุณสมบัติทางเทคนิคนะครับ ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมละกัน : )

  สมาร์ทโฟนในอนาคตจะเข้าสู่ยุค 3D หรือแสดงผล 3 มิติบนมือถือเลย ปัจจุบันมีเพียง 2 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวมาสดๆ ร้อนๆ คือ LG Optimus 3D และ HTC EVO 3D รองรับการแสดงผลแบบ 3D Stereoscopic ทั้งคู่ พร้อมสเปคที่แรงเฉียบขาด อย่างไรก็ตาม การแสดงผลแบบ 3 มิตินั้นยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่งต้องรอการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้ครับ

ซีพียู

เช่นเดียวกับบนคอมพิวเตอร์ครับ “หน่วยประมวลผลภายใน” หรือซีพียูก็ขาดไม่ได้เหมือนกัน ส่วนใหญ่มักจะมาเป็นแบบ SoC (System-On-Chip) ซะมากกว่า คือมาเป็นชิปเซ็ทรวมมิตรในตัว ปัจจุบันมีทั้งแบบ Single-Core รุ่นดั้งเดิม ที่นิยมใช้กันก็คือ MSM7227 ในแอนดรอยด์รุ่นล่าง, ARM11 ในซิมเบี้ยน และ Snapdragon ในสมาร์ทโฟนระดับกลาง-ไฮเอนด์ ในปี 2011 เริ่มเข้าสู่ยุคของ “Dual-Core” หรือซีพียู 2 แกนบนมือถือ นำทัพโดย Nvidia Tegra 2 ที่ถูกใช้บนสมาร์ทโฟน / แท็ปเล็ตหลากหลายรุ่น เช่น Optimus 2X, Motorola XOOM ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีของค่ายอื่นๆ ด้วย ทั้งหมดนี้จะใช้ซีพียูตัวเดียวกันคือ ARM Cortex-A9 ส่วนชิปกราฟฟิค-ชิปเซ็ทอื่นๆ ก็ตามแต่ค่ายนั้นจะเลือกใช้ครับ

Qualcomm : MSM8260/8660 (Cortex-A9, Adreno 220)
Samsung : Exynos 4210 (Cortex-A9 , Mali-400)
Ericsson : NOVATHOR (Cortex-A9 , Mali-400)
Apple : A5 (Cortex-A9 , PowerVR SGX543MP2)
Texas Instrument : OMAP4 (Cortex-A9 , PowerVR SGX540)

บางรุ่นอาจจะไม่คุ้นหน้าคุ้นตากันสักเท่าไหร่ แต่ประสิทธิภาพนั้นขอบอกว่า แรงทุกตัวครับ โดยเฉพาะ “Apple A5” ที่ใช้บน iPad 2 ผลทดสอบออกมาน่าพอใจเลยทีเดียว ส่วนสมาร์ทโฟน / แท็ปเล็ตที่จะใช้ชิป Dual-Core จะทยอยออกมาในช่วงกลางปีนี้ ใครชอบของแรงๆ ก็หยอดกระปุกรอไว้ได้เลย

ช่วงปลายปี 2011 – ต้นปี 2012 เราอาจจะได้เห็นซีพียูระดับ “Quad-Core” หรือประมวลผล 4 แกนบนสมาร์ทโฟน / แท็ปเล็ตอย่างแน่นอน จากที่มีข่าวมาก่อนหน้า เช่น Nvidia Tegra 3, TI OMAP5, ST Ericsson A9600 ด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่าปัจจุบันอย่างน้อย 5 เท่า อย่างไรก็ตามกว่าจะใช้กันจริงจัง อาจต้องรอถึงปลายปี 2012 เลยทีเดียว จะว่าไปผมว่ามันเกินความจำเป็นไปเหมือนกันนะครับ แค่ 2 แกนก็เหลือกินแล้ว😀

โอเอส

เรื่องโอเอสบนสมาร์ทโฟนเริ่มมาตั้งแต่ยุค “Symbian – Windows Mobile” ที่ครองตลาดมายาวนาน จนกระทั่งมีโอเอสใหม่ๆ อย่าง iOS มาในปี 2007 และ Android ในปี 2008 ทำให้แชมป์อย่างซิมเบี้ยนมีส่วนแบ่งตกลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังครองที่ 1 ได้อยู่ดี  สำหรับโอเอสต่างๆ ที่ใช้บนสมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีดังนี้ครับ ..

Symbian OS (#1)

ซิมเบี้ยนเป็นโอเอสที่มีมานานไม่แพ้กับ “Windows Mobile” มีจุดเด่นที่มีฟีเจอร์มากพอสมควร ลงแอพฯ ได้เยอะ และราคาเครื่องที่ไม่แพง ประกอบกับ Nokia ใช้ด้วย ไม่แปลกที่มันจะยังครองที่ 1 ได้อยู่ แต่ก็ตกลงมาเยอะครับ หลังจากมี iOS, Android เข้ามา

ส่วนอนาคตโนเกียจะยังคงพัฒนา “Symbian” ต่อไปตามกำหนดการเดิม ควบคู่กับทำ Windows Phone ไปด้วย ซึ่งก็เป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้ว่าจะไม่ถูกลอยแพอย่างแน่นอน

Android (#2)

หุ่นเขียวเพิ่งจะมาบูมเอาในช่วงปี 2009-2010 นี้เองครับ หลังจากมันได้พัฒนาจนมีฟีเจอร์พื้นฐาน มีจุดเด่นที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ใครจะเอาไปยำก็ได้ ปัจจุบันมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 26 เปอร์เซ็นต์ (Q3-2010) ถือว่าเติบโตรวดเร็วมาก และดูเหมือนว่าจะแรงไปอีกยาวเลยทีเดียว นอกจากบนสมาร์ทโฟนแล้ว “Android” ก็ยังขยายไลน์ไปบน Tablet ด้วย ในเวอร์ชั่น Honeycomb

อนาคต “Google” จะแบ่งไลน์ Android เป็น 2 ส่วนคือ Android 2.X บนสมาร์ทโฟน (เวอร์ชั่นหน้าคือ Ice-Cream) และ Android 3.x สำหรับแท็ปเล็ต คราวนี้น่าจะชัดเจนขึ้นแล้ว หลังจากคลุมเครือกันมานานทีเดียว

iOS (#3)

โอเอสสำหรับสมาร์ทโฟน – แท็ปเล็ตของ Apple ที่มีรุ่นรวมกันแล้วไม่ถึง 10 รุ่น แต่กลับมีส่วนแบ่งมากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก !! จากผู้ใช้ที่มีจำนวนมากในอเมริกา ยุโรป รวมถึงในเอเชียด้วย ส่วนการเติบโตคาดว่าจะไปได้อย่างช้าๆ ตามผลิตภัณฑ์ที่ปีนึงออกมาเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

BlackBerry OS (#4)

เริ่มแรกทีเดียว “BlackBerry OS” ถูกออกแบบให้ใช้งานด้านธุรกิจเต็มสตรีม แต่ช่วงหลังมาเน้นเรื่องมัลติมีเดียมากขึ้น (ใน OS6) เป็นอีกโอเอสที่มีแอพฯ มากพอสมควรคือราวๆ 15,000 แอพฯ ส่วน OS6.X บน BB รุ่นถัดๆ ไปจะตอบสนองด้านทัชสกรีนได้ดีขึ้น รวมถึงการใช้ด้านมัลติมีเดียต่างๆ ส่วนด้านการแชท – ข้อความ – ออฟฟิศ ยังทำได้ดีเหมือนเดิมครับ

สำหรับบน Tablet จะไม่ได้ใช้ BB OS แต่เป็น QNX ที่แกนเป็นลินุ๊กซ์ แน่นอนครับว่ามันสามารถใช้แอพฯ ของแอนดรอยด์ได้ !! และทาง RIM ก็ได้ร่วมมือกับ Google เป็นที่เรียบร้อยแล้ว : )

Windows Mobile (#5)

วินโดว์โมบายเคยโด่งดังในอดีต สมัยที่ยังไม่มี iOS, Android มาให้เลือกใช้อย่างทุกวันนี้ ด้วยฟีเจอร์ที่ทำให้มือถือเป็นสมาร์ทโฟนอย่างแท้จริง แต่ด้วยราคาที่แพงระเบิดเทิดเทิง (จนกระทั่ง Samsung ออกตระกูล Omnia มาถึงได้ถูกลงเยอะ) ทำให้มีผู้ใช้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น ปัจจุบัน Microsoft ได้หันไปพัฒนา “Windows Phone 7” แทน แน่นอนว่า WM 6.5 เดิมก็ต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงเท่านี้ …

ส่วนโอเอสอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “Bada OS, MeeGo, WebOS, ฯลฯ” ซึ่งเราก็ต้องติดตามดูกันต่อว่าใครอยู่รอดในตลาดสมาร์ทโฟนยุค 2011 ที่แข่งกันรุนแรงมากครับ : )

เมมโมรี่

สำหรับเมมโมรี่ หรือหน่วยความจำของเครื่องนั้น ถ้าเป็นการเพิ่ม MicroSD ภายนอก แทบทุกรุ่นที่ออกมาตอนนี้ส่วนมากรับ 32GB ได้สบายๆ ที่น่าสนใจว่าคือเมมภายในครับ ที่มากสุดมาแต่ไหนแต่ไรเลยก็คือ “iPhone” ที่มีให้เลือก 2 ขนาด 16/32GB ส่วนรุ่นอื่นๆ อย่างมากก็อัดมาให้ 8-16GB (แต่เพิ่มภายนอกได้อีก) ผมว่าหากคุณไม่ใช้อะไรมาก อาจไม่จำเป็นต้องซื้อเมมการ์ดเพิ่มเลยล่ะ

ในอนาคตสิ่งที่จะเปลี่ยนไปก็คือ ความจุที่คาดว่าจะมากถึง 64GB ตามคอนเทนท์ปัจจุบันที่กินเนื้อที่มหาศาล งานนี้ต้องรอลุ้น “iPhone 5” ว่าจะให้มาเท่าไหร่ และอีกอย่างที่น่าสนคือ เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูล ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีขึ้นเท่านั้นครับ

อีกหนึ่งเมมโมรี่ที่ควรจะทราบไว้ก็คือ “แรม” ปัจจุบันมาตรฐานสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 256-512MB แต่ในอนาคตจะสูงขึ้นถึง 1-2GB ซึ่งหมายความว่าจะเทียบเท่าบนคอมพิวเตอร์แล้ว ! ตามซีพียูที่แรงขึ้นมากๆ ในอนาคต

Bluetooth

บลูทูธเป็นการเชื่อมต่อที่แทบทุกเครื่องต้องมีครับ เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างเครื่อง / ใช้อุปกรณ์บลูทูธพ่วงอื่นๆ ปัจจุบันมาตรฐานอยู่ที่เวอร์ชั่น 2.1 ที่มีความเร็วในการส่งข้อมูลที่ 3 Mbit/s แต่ในอนาคต บลูทูธ 3.0 จะมาแทนที่ด้วยความที่สูงกว่าถึง 8 เท่า !! และประหยัดพลังงานมากกว่า ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีมือถือรองรับบลูทูธ 3.0 แล้วเช่น “Galaxy S, Galaxy S II” ฯลฯ

WiFi

สำหรับการเชื่อมต่อ WiFi ปัจจุบันเริ่มมีรองรับ 802.11 N แล้ว ซึ่งจะรับสัญญาณได้แรงขึ้น และเสถียรกว่าเดิม แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เทคโนโลยี “WiFi Direct” หรือการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างเครื่องผ่าน WiFi ที่หลายๆ ค่ายเริ่มทยอยโปรโมทอย่างต่อเนื่องเช่น “SmartShare” ของ LG, “AllShare” ของ Samsung, “Clear.Fi” ของ Acer ฯลฯ ซึ่งผู้ใช้สามารถส่งภาพ เสียง วิดิโอขนาดใหญ่ระหว่างเครื่องได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถทดแทนบลูทูธได้ในเวลาอันใกล้ครับ

กล้อง

เป็นอีกฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้เลยในสมาร์ทโฟน แถมพอใช้งานแทนกล้องคอมแพคได้อย่างสบายๆ เพราะสะดวกกว่าควักกล้องคอมแพคมากดถ่าย นอกจากนี้ยังอัพโหลดแชร์ผ่าน Social Media ง่ายเพียงปลายนิ้ว ปัจจุบันมาตรฐานกล้องบนมือถือมีหลายระดับอยู่เหมือนกันครับ รุ่นไฮเอนด์มักจะอัดมาให้ 5-12MP ส่วนรุ่นล่างติดมาให้ 2-3MP สำหรับเทคโนโลยี – ลูกเล่นต่างๆ ก็แล้วแต่ว่าใครจะใส่มาให้มากน้อยขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ คือ รุ่นไฮเอนด์เดี๋ยวนี้ ฟีเจอร์เยอะกว่ากล้องคอมแพคซะอีกครับ

  กล้องบนสมาร์ทโฟนในอนาคต จะไม่เน้นแข่งในด้านพิคเซลสูงๆ แต่เน้นในด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพมากกว่า เช่น “Exmor R” ของโซนี่ที่ถ่ายในสภาวะแสงน้อยได้ดี ลด Noise ซึ่งแต่ละค่ายก็จะมีไม่เหมือนกัน และพัฒนาโมดูลให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้สมาร์ทโฟนมีตัวเครื่องบางเฉียบกว่าเดิม ฯลฯ

สำหรับการบันทึกวิดิโอ ปัจจุบันมาตรฐานอยู่ที่ HD720p และ 1080p กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานถัดไป แต่อนาคตจริงๆ อยู่ที่ภาพถ่าย – วิดิโอแบบ 3D ที่ปัจจุบันมีรุ่นที่ทำได้เพียง 3 รุ่นคือ HTC EVO 3D, Optimus 3D และ Optimus Pad แต่กว่าจะใช้งานได้จริงจังคงอีกนานพอสมควร

อย่างไรก็ตามกล้องมือถือ ก็ยังไม่สามารถทดแทนกล้องคอมแพคได้เต็มร้อยอยู่ดี ดังนั้นหากคุณต้องใช้งานกล้องแบบมืออาชีพ แนะนำให้ซื้อกล้องจริงๆ มาใช้ดีกว่าครับ : )

[ i8510 innov8 ใช้วัสดุ Duralumin ]

วัสดุ

มือถือเป็นอีกอุปกรณ์นึงที่ใช้วัสดุตัวเครื่องได้หลากหลายทั้งโลหะ – พลาสติก หรืออื่นๆ ตามที่ต้องการ ที่ผ่านมามักจะใช้พลาสติกเป็นบอดี้ เพราะต้นทุนต่ำ – น้ำหนักเบา และขึ้นรูปได้ง่าย แต่ก็มีไม่น้อยที่ใช้โลหะ (อลูมิเนียม, สเตนเลสสตีล) เป็นบอดี้บ้าง, ฝาหลังบ้าง เพิ่มความทนทาน + ดูมีราคาขึ้น อย่างไรก็ตามก็มีการนำโลหะหายาก มีราคาแพงมาเป็นบอดี้ด้วยเช่น ทองคำ, แพลตินั่ม ซึ่งก็ไม่แปลกว่ามือถือเหล่านั้นจะมีราคาแพงเป็นพิเศษครับ

อนาคตวัสดุบนสมาร์ทโฟนสามารถนำโลหะผสม เช่น Duralumin มาใช้ทำได้ เพราะน้ำหนักเบา แต่ทนทานสุดยอด โดย “Samsung” เคยทำมาแล้วใน i8510 Innov8 อย่างไรก็ตาม ด้วยต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ผลิตไม่ค่อยใช้โลหะทำบอดี้มากนัก และพลาสติกเองยังทนทานพอที่จะใช้งานบนมือถือได้อยู่แล้วล่ะ : )

แบตเตอรี่

ปัจจุบันแบตเตอรี่ที่เห็นๆ ในสมาร์ทโฟน – แท็ปเล็ตมีอยู่ 2 แบบคือ Li-ion, Li-Polymer ความจุก็แล้วแต่อุปกรณ์นั้นๆ (1000-6000 mAh) อนาคตหวังว่าจะมีเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่ๆ เช่น แบตนาโนที่ความจุมากกว่าเดิม 4-5 เท่า แต่ขนาดเท่าเดิม , แบตเหลว (Liquid Battery) ฯลฯ ซึ่งจะทำให้การใช้งานนานขึ้น และยังช่วยลดขนาด – น้ำหนักของอุปกรณ์ด้วย แม้ว่าจะมีการวิจัยกันอยู่ แต่ก็คงอีกนานมากๆ กว่าจะได้ใช้จริงจังครับ (ประมาณ 4-5 ปี)

ดีไซน์

เป็นที่ทราบกันดีว่าดีไซน์ของสมาร์ทโฟนตอนนี้ไม่ใหญ่เทอะทะเหมือนในอดีต เน้นความบางเฉียบ พกพาง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ที่ต้องใช้งานนอกบ้านตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบันความบางของเครื่องอยู่ที่ประมาณ 8.5-9 มิลลิเมตรเช่น Galaxy S II, Xperia Arc สำหรับอนาคต คาดว่าสมาร์ทโฟนสามารถทำความบางได้มากกว่านีอีก ขึ้นอยู่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปถึงขนาดไหนแล้ว ส่วนรูปแบบตัวเครื่อง ยังคงสไตล์แท่งทัชสกรีนเหมือนเดิม เพราะใช้งานง่ายสุดแล้วล่ะครับ แต่แบบพับ – สไลด์จะมีให้เลือกน้อยมากๆ เพราะนิยมกันเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ราคา

สิ่งสุดท้ายที่จะกล่าวถึงวันนี้คือ “ราคา” ของสมาร์ทโฟน ที่นับวันจะยิ่งตกลงไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยีที่เติบโตแบบก้าวกระโดด อย่างมือถือแอนดรอยด์เมื่อ 2-3 ปีก่อน ต้องจ่ายตังซื้อกันถึง 2 หมื่นกว่าบาท แต่ตอนนี้แค่ 5-6 พันบาทก็ได้รุ่นระดับที่พอใช้งานได้แล้ว และมีแนวโน้มที่จะถูกลงอีก ! ทำให้สมาร์ทโฟนสามารถเข้าถึงผู้ใช้ทุกกลุ่มได้แบบไม่ยากเย็น งานนี้ฟีเจอร์โฟนอาจทยอยหายไป จนเหลือเฉพาะรุ่นระดับ Basic Phone ก็เป็นได้ครับ

  เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ทุกคนต้องรู้จักสมาร์ทโฟนอย่างแน่นอน แม้ว่าผู้ใช้ที่ไม่ได้ตามเทคโนโลยีก็ยังต้องทำความรู้จักไว้ แต่ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ไม่กี่พันบาท ยัน 2-3 หมื่นบาท คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะเลือกใช้แบบไหน อย่างไร ตามการใช้งานในชีวิตประจำวัน – งบประมาณที่มีอยู่ เลือกใช้ให้เหมาะสมครับ แล้วชีวิตคุณจะสมาร์ทขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ : )

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: